หน้าหลักนักลงทุนสัมพันธ์ / ข้อมูลทางการเงิน : คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ
Print This Email This
 
คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ

ผลการดำเนินงาน
  • (ก) ภาพรวมของผลการดำเนินงานที่ผ่านมา

    บริษัทฯดำเนินธุรกิจวิศวกรที่ปรึกษาสำหรับการให้คำปรึกษาและบริหารจัดการโครงการก่อสร้าง (Construction Project Management Service) สำหรับโครงการก่อสร้างแขนงต่างๆ โดยลักษณะการให้บริการจะเป็นการทำสัญญาจ้างเป็นที่ปรึกษาโครงการ ซึ่งเป็น สัญญาระยะยาว และมี 2 ลักษณะ คือ

    1. สัญญาที่ระบุค่าบริการคงที่ (สัญญาจ้างเหมา) บริษัทฯรับรู้รายได้จากการให้บริการตามสัญญาตามขั้นความสำเร็จของงาน (Percentage of completion method) เมื่อสามารถประมาณการได้อย่างน่าเชื่อถือเกี่ยวกับขั้นความสำเร็จของงาน ที่สอดคล้องกับ การคำนวณอัตราส่วนของต้นทุนบริการที่เกิดขึ้นจริงของงานที่เสร็จเทียบกับประมาณการต้นทุนบริการทั้งหมด ทั้งนี้บริษัทฯจะเรียกเก็บ ค่าบริการเป็นรายเดือนตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ในสัญญา
    2. สัญญาที่ระบุค่าบริการเป็นรายเดือน บริษัทฯจะรับรู้รายได้เมื่อให้บริการเสร็จสิ้นและเรียกเก็บค่าบริการเป็นรายเดือนตาม จำนวนบุคลากรที่เข้าไปปฏิบัติงานจริงโดยคำนวณจากอัตราค่าบริการวิชาชีพแต่ละตำแหน่งที่ระบุไว้ในสัญญา

    นอกจากนี้บริษัทฯยังได้มีการเริ่มขยายธุรกิจ เพื่อต่อยอดงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารและควบคุมโครงการก่อสร้าง อาทิ งานออกแบบ การออกแบบโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับการบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง งานสนับสนุนระบบคอมพิวเตอร์ เป็นต้น โดยบริษัทฯเริ่มรับรู้ รายได้จากการขยายธุรกิจได้แล้วบางส่วน นอกจากนั้น บริษัทย่อยได้รับงานจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น รวมถึงการที่บริษัทย่อยได้ดำเนิน งานในธุรกิจใหม่เป็นผลให้ ในปี 2556-2558 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 293.79 ล้านบาท ในปี 2556 266.81 ล้านบาท ในปี 2557 และ 238.93 ล้านบาท ในปี 2558 ตามลำดับ รายได้รวมของบริษัทฯลดลง เนื่องจากการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจ สภาวะ การแข่งขันด้านราคาของตลาดอย่างรุนแรง และปัญหาการขาดช่วงของรอยต่อของงานที่สูงกว่าปกติ โดยในช่วงปลายปีบริษัทฯได้รับงาน โครงการขนาดใหญ่ในภาคเอกชนซึ่งยังอยู่ในระยะเริ่มต้นโครงการ ซึ่งยังไม่สามารถมีการรับรู้รายได้อย่างเต็มที่

    สำหรับกำไรสุทธิ (เฉพาะส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่) ในปี 2556 มีกำไรสุทธิจำนวน 19.33 ล้านบาท ในปี 2557 จำนวน 17.72 ล้านบาท และในปี 2558 จำนวน 3.39 ล้านบาท ตามลำดับ สาเหตุที่บริษัทฯมีกำไรสุทธิลดลง เกิดจากแผนรายได้ไม่เป็นไป ตามคาดหมายโดยเฉพาะงานในภาครัฐ ส่งผลให้มีรายได้ไม่ต่อเนื่อง ประกอบกับสภาวะการแข่งขันด้านราคายังคงมีอยู่และเป็นไปอย่าง รุนแรง และบริษัทลูกที่ทำธุรกิจสารสนเทศยังนับเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ในธุรกิจทำให้ลูกค้ายังไม่เชื่อมั่นทำให้ยังไม่สามารถมีรายได้ และกำไรตามเป้าหมาย ผลทั้งหมดนี้สะสมรวมกันส่งผลให้กำไรสุทธิรวมลดลง

    (ข) การวิเคราะห์ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา

รายได้
  • รายได้ของบริษัทฯและบริษัทย่อย มาจากรายได้จากการให้บริการคำปรึกษาและบริหารจัดการโครงการก่อสร้าง ซึ่งบริษัทฯมีนโยบาย ทางบัญชีในการรับรู้รายได้ตามลักษณะของสัญญาจ้างบริหารโครงการ แบ่งเป็น 2 ลักษณะ ดังที่ได้อธิบายไว้แล้วในข้อ (ก)

    โดยในงวดบัญชีปี 2556-2558 บริษัทฯและบริษัทย่อย มีรายได้รวมเท่ากับ 293.79 ล้านบาท , 266.81 ล้านบาท และ 238.92 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

    ปี 2556 ปี 2557 ปี 2558
    ล้านบาท % ล้านบาท % ล้านบาท %
    รายได้จากการบริการ 290.26 98.80% 263.65 98.82% 234.22 98.03%
    รายได้จากการขาย 0.84 0.28% 0.00 0.00% 0.00 0.00%
    รายได้อื่น 2.69 0.92% 3.16 1.18% 4.71 1.97%
    รายได้รวม 293.79 100.00% 266.81 100.00% 238.93 100.00%

    รายได้จากการบริการ

    งวดบัญชีปี 2556–2558 บริษัทฯและบริษัทย่อย มีรายได้จากการบริการเท่ากับ 290.26 ล้านบาท 263.65 ล้านบาท และ 234.22 ล้านบาท ตามลำดับในปี 2558 บริษัทฯมีรายได้จากการให้บริการ 234.22 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า เป็นมูลค่า 29.43 ล้านบาท หรือคิดเป็น 11.16% ประกอบด้วยรายได้จากการบริการควบคุมงานและบริหารโครงการ ปี 2558 เป็นรายได้ที่ได้รับจากโครงการ ใหม่ที่เริ่มในปี 2558 จำนวน 40 โครงการ คิดเป็นรายได้ 59.74 ล้านบาท รายได้จากโครงการต่อเนื่องจากปีก่อนจำนวน 38 โครงการ คิดเป็นรายได้ 161.87 ล้านบาท รายได้จากการเข้าทำธุรกิจใหม่มีการจัดแสดง 2 รายการ คิดเป็นรายได้ 12.10 ล้านบาท และรายได้ จากการสนับสนุนรายการในธุรกิจสื่อดิจิตอลและงานมีเดีย 0.51 ล้านบาท

    สาเหตุที่บริษัทฯมีรายได้รวมลดลง เป็นเพราะยังคงได้รับผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคา และความต่อเนื่องของรายได้ที่มีผลจาก รอยต่อระหว่างโครงการ ทั้งนี้บริษัทฯมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในปลายปีเนื่องจากมีการเริ่มต้นของโครงการขนาดใหญ่ แต่อย่างไรก็ดี โครงการดัง กล่าวยังอยู่ในช่วงระยะเริ่มต้นทำให้ยังไม่สามารถรับรู้รายได้ได้มากนัก สำหรับรายได้จากงานด้านออกแบบโครงการยังคงเป็นไปอย่าง ยากลำบากในสภาวะการแข่งขันด้านราคาในประเทศซึ่งเป็นไปอย่างรุนแรง ทั้งนี้บริษัทฯมีกลยุทธ์ในการออกไปหางานในโซนแอฟริกา ตะวันออก และประชาคมอาเซียน อย่างไรก็ตามแม้ตลาดใหม่ดังกล่าวจะมีสภาวะการแข่งขันด้านค่าบริการที่ไม่รุนแรงแต่ปริมาณงานยัง คงมีไม่มากเมื่อเทียบกับงานภายในประเทศ สำหรับธุรกิจการจัดแสดง รายได้ยังไม่เป็นที่ประสบผลสำเร็จตามที่บริษัทฯคาดหวัง การหาการ สนับสนุน (Sponsor) ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวเป็นไปอย่างยากลำบาก รวมถึงการเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ในวงการ ทำให้ผู้สนับสนุน ยังไม่เชื่อมั่นเท่าที่ควร ในด้านธุรกิจสื่อดิจิตอลในปี 2558 ก็ยังไม่ได้รับผลตอบรับที่ดีจากตลาด ทำให้มีสัดส่วนของรายได้ที่ไม่มากนัก

    โครงการใหม่ที่เกิดขึ้นในงวด และจำนวนโครงการที่ให้บริการและรับรู้รายได้ในแต่ละปีตั้งแต่ปี 2556–2558 ได้ดังนี้

    ปี 2556 ปี 2557 ปี 2558
    ล้านบาท จำนวน โครงการ ล้านบาท จำนวน โครงการ ล้านบาท จำนวน โครงการ
    1. รายได้จากโครงการต่อเนื่อง 186.20 46 223.46 51 161.87 38
    2. รายได้จากโครงการใหม่ 104.06 43 40.09 31 59.74 40
    3. รายได้การจัดแสดง และสื่อ / มีเดีย 0.00   0.00   12.61  
    รวมรายได้จากการบริการ 290.26 89 263.65 82 234.22 78

    รายได้อื่น

    รายได้อื่นของบริษัทฯและบริษัทย่อย ประกอบด้วย ดอกเบี้ยรับ กำไรจากการขายเงินลงทุน และรายได้อื่นๆ โดยในงวดบัญชีปี 2556-2558 บริษัทฯและบริษัทย่อย มีรายได้อื่นเท่ากับ 2.69 ล้านบาท 3.16 ล้านบาท และ 4.71 ล้านบาท ตามลำดับ ทั้งนี้รายได้อื่นใน ปี 2558 ประกอบไปด้วยรายการหลัก คือ ดอกเบี้ยรับจากการลงทุน จำนวน 1.08 ล้านบาท กำไรจากการขายหน่วยลงทุน จำนวน 2.04 ล้านบาท และเงินปันผลในหน่วยลงทุน 1.01 ล้านบาท เป็นต้น

ต้นทุนจากการบริการและกำไรขั้นต้น
  • ต้นทุนจากการบริการของบริษัทฯและบริษัทย่อย ประกอบด้วยรายการหลักคือ เงินเดือน สวัสดิการ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากร ซึ่งเป็นผู้อำนวยการโครงการ ผู้จัดการโครงการ วิศวกร ช่างเทคนิค และเลขานุการโครงการ บริษัทฯ จะบันทึกต้นทุนตามจำนวนพนักงาน ที่เข้าทำงานจริงแต่ละโครงการ ซึ่งเป็นไปตามสัญญาว่าจ้างที่ปรึกษาโครงการ ส่วนต้นทุนจากการบริการที่เหลือ ประกอบด้วย ค่าใช้จ่าย ของโครงการ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเดินทาง เป็นต้น สำหรับบางโครงการอาจมีต้นทุนค่าที่ปรึกษาเพิ่มขึ้นเป็นกรณีพิเศษ เช่น ในกรณี ที่จำเป็นต้องจ้างที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจากภายนอก

    ในงวดบัญชีปี 2556-2558 บริษัทฯและบริษัทย่อย มีต้นทุนจากการบริการเท่ากับ 197.55 ล้านบาท 178.20 ล้านบาท และ 172.48 ล้านบาท ตามลำดับ หรือ คิดเป็นสัดส่วน 67.86% 67.59% และ 73.64% ตามลำดับ ของรายได้จากการบริการ

    ต้นทุนบริการที่สูงขึ้นในทิศทางที่สูงกว่า การลดลงของรายได้ ส่วนหนึ่งมาจากการจัดการแสดงมีรายได้ที่ไม่พอกับค่าใช้จ่าย ส่งผล ให้การประกอบการจัดการแสดงมีผลขาดทุน อย่างไรก็ดีในการจัดการแสดงสองรายการในปี 2558 สามารถถือเป็นผลงานที่สามารถนำไปอ้างอิงได้ในอนาคต นอกจากนั้นบริษัทฯยังคงมีต้นทุนในการรักษาทรัพยากรบุคคลที่เป็นกำลังหลักในการก่อให้เกิดรายได้และรักษา ความสามารถในการรับงานในอนาคต

    ในงวดบัญชีปี 2556-2558 บริษัทฯและบริษัทย่อย มีกำไรขั้นต้นเท่ากับ 92.98 ล้านบาท 85.45 ล้านบาท และ 61.74 ล้านบาท ตาม ลำดับ หรือคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 31.94% 32.41% และ 26.36% ของรายได้รวมจากการขายและบริการ ตามลำดับ

    สำหรับปี 2558 บริษัทฯและบริษัทย่อย มีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากปีก่อน อันเป็นผลมาจากการจัดการแสดงที่รายได้ไม่พอกับค่า ใช้จ่ายและการหาผู้สนับสนุนที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

ค่าใช้จ่ายในการบริหาร
  • ค่าใช้จ่ายในการบริหารของบริษัทฯและบริษัทย่อย รายการหลักคือ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากรฝ่ายสำนักงาน รวมถึงผู้บริหาร และค่า ใช้จ่ายในการบริหารอื่น ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับยานพาหนะและการเดินทาง ของผู้บริหาร และพนักงาน ค่าธรรมเนียมที่ปรึกษา ทางการเงิน และที่ปรึกษากฎหมาย เป็นต้น ในงวดบัญชีปี 2556-2557 บริษัทฯและบริษัทย่อย มีค่าใช้จ่ายในการบริหารเท่ากับ 68.64 ล้านบาท และ 65.06 ล้านบาท ตามลำดับ

    สำหรับปี 2558 บริษัทฯและบริษัทย่อย มีค่าใช้จ่ายในการบริหารเท่ากับ 62.19 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า 2.87 ล้านบาทหรือ ลดลง 4.41% อันเป็นผลจากการบริหารค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมกับการประมาณการรายได้ที่มีแนวโน้มลดลง

ค่าใช้จ่ายอื่น
  • ในปี 2557 บริษัทฯและบริษัทย่อย มีค่าใช้จ่ายอื่น–หนี้สงสัยจะสูญ จำนวน 1.14 ล้านบาท หรือ 0.43% ของรายได้ การบันทึก ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในลูกหนี้การค้า 3 ราย เป็นไปตามนโยบายของบริษัทฯ อย่างไรก็ตามในปี 2558 บริษัทฯและบริษัทย่อยได้ติดตาม การชำระคืนจากลูกหนี้การค้าทั้ง 3 ราย ครบถ้วน อันเป็นผลจากการดำเนินงานด้านกฎหมาย และการบริหารจัดการที่เหมาะสม

กำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิ
  • งวดปี 2556 2557 2558
    กำไรสุทธิ 19.33 17.72 3.39
    อัตรากำไรสุทธิ 6.62% 6.64% 1.42%
    ส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย 174.45 178.85 176.34
    อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น 11.08% 9.91% 1.92%
    เงินปันผลจ่าย 16.00 12.00 22.24
    อัตราการจ่ายเงินปันผล 88.02% 71.77% 554.72%

    ในงวดบัญชีปี 2556-2557 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีผลกำไรสุทธิ (เฉพาะส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่) เท่ากับ 19.33 ล้านบาท และ 17.72 ล้านบาท และ โดยที่บริษัทฯมีอัตรากำไรสุทธิ 6.58% และ 6.64% ของรายได้รวม ตามลำดับ

    สำหรับงวดปี 2558 บริษัทฯและบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ (เฉพาะส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่) เท่ากับ 3.39 ล้านบาท คิดเป็นอัตรา กำไรสุทธิ 1.42% ลดลงจากปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินงานในธุรกิจใหม่ที่บริษัทฯเริ่มต้นเข้าเป็นส่วน หนึ่งของตลาด ผลประกอบการไม่เป็นไปตามที่บริษัทคาดหวัง

อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น
  • บริษัทฯและบริษัทย่อย มีอัตราผลตอบแทนส่วนของผู้ถือหุ้นในปี 2556-2557 เท่ากับ 11.08% และ 9.91% ตามลำดับ โดยบริษัทฯ มีส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (เฉพาะส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่) เท่ากับ 174.45 ล้านบาท และ 178.85 ล้านบาท ตามลำดับ

    สำหรับงวดปี 2558 บริษัทฯและบริษัทย่อย มีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น 1.92% ลดลงจากปีก่อนหน้า 7.99% โดยมีส่วนของผู้ถือ หุ้น (เฉพาะส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่) เท่ากับ 173.74 ล้านบาท สาเหตุของการลดลงของอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเมื่อเทียบกับปี 2557 เนื่องจากกำไรสุทธิที่ลดลงจำนวน 14.33 ล้านบาท หรือลดลง 80.87%

ฐานะทางการเงิน - สินทรัพย์
  • ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556 – 2558 บริษัทฯและบริษัทย่อย มีสินทรัพย์รวมเท่ากับ 222.44 ล้านบาท 233.68 ล้านบาท และ 217.93 ล้านบาท ตามลำดับ สินทรัพย์รวมในปี 2558 ลดลงจากปีก่อนหน้า 15.75 ล้านบาท หรือลดลง 6.74%ประกอบไปด้วย เงินสดและรายการ เทียบเท่า 20.21 ล้านบาท ลูกหนี้การค้า 4.62 ล้านบาท เป็นต้น

    เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด

    ณ วันที่ 31 ธันวาคม ของปี 2556 – 2558 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเท่ากับ 29.31 ล้าน บาท 36.04 ล้านบาท และ 15.83 ล้านบาท ตามลำดับ เงินสดส่วนใหญ่จะเป็นรายการเงินสดย่อยและเงินสำรองจ่ายในแต่ละโครงการ จำนวน 5,000 - 25,000 บาทต่อโครงการ ส่วนที่เหลือจะเป็นเงินฝากธนาคาร ทั้งในรูปบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ บัญชีกระแสรายวัน และบัญชีเงินฝากประจำ

    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเท่ากับ 15.83 ล้านบาท ลดลงจาก ปีก่อนหน้าจำนวน 20.21 ล้านบาท หรือลดลง 56.08% เนื่องจากกระแสเงินสดที่ได้รับจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ในการบริหาร การจัดเก็บลูกหนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่รายได้ของบริษัทฯ ลดลง รวมถึงการจ่ายชำระหนี้เป็นไปตามกำหนด ส่งผลให้ภาระ หนี้ของบริษัทฯลดลงจากปีก่อน เช่นกัน

    ลูกหนี้การค้า ลูกหนี้อื่นและค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

    (หน่วย : ล้านบาท)
    ช่วงเวลา 31 ธันวาคม 2556 31 ธันวาคม 2557 31 ธันวาคม 2558
    ยังไม่ถึงกำหนดชำระ 23.04 25.20 25.99
    อายุระหว่าง 1 - 90 วัน 30.40 13.86 7.75
    อายุระหว่าง 91 - 180 วัน 1.41 0.62 1.24
    อายุระหว่าง 181 - 365 วัน 0.65 0.00 0.00
    เกินกว่า 365 วัน 1.10 2.17 1.10
    รวม 56.60 41.85 36.08
    หัก ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (1.18) (2.32) (1.18)
    ลูกหนี้การค้า - สุทธิ 55.42 39.53 34.90

    ลูกหนี้การค้าของบริษัทฯเกิดจากบริษัทฯมีการให้เทอมเครดิตแก่ลูกค้า 30 วันนับจากวันส่งใบแจ้งหนี้ แต่อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ได้มีกระบวนการเก็บเงินจากเจ้าของโครงการ มีขั้นตอนการดำเนินการที่มีกำหนดเวลาแน่นอนในแต่ละเดือน เช่น กำหนดวันวางบิล กำหนดวันรับเช็ค เป็นต้น เพื่อให้สามารถเรียกเก็บเงินได้ตามกำหนด

    ณ วันที่ 31 ธันวาคม ของปี 2556 – 2557 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีลูกหนี้การค้า-สุทธิ เท่ากับ 55.42 ล้านบาท และ 39.53 ล้านบาท ตามลำดับ ในปี 2558 บริษัทฯมีลูกหนี้การค้าจำนวน 34.90 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า 4.63 ล้านบาท อันเนื่องมาจาก การเรียกเก็บเงินได้เร็วขึ้น รวมถึงการเร่งรัดติดตามหนี้ที่คาดว่าจะสูญในปี 2557 สามารถติดตามกลับมาชำระหนี้ได้ครบทั้งจำนวน ประกอบกับลูกหนี้การค้าของบริษัทฯมียอดลดลงจากปีก่อน ด้วยสาเหตุจากแผนรายได้ไม่เป็นไปตามที่คาดหมาย โครงการหลายโครงการ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ ในขณะที่โครงการขนาดใหญ่อยู่ในช่วงเริ่มต้น

    บริษัทฯและบริษัทย่อยมีนโยบายในการบันทึกค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ โดยประมาณจากลูกหนี้ที่คาดว่าจะเก็บเงินไม่ได้ หรือพิจารณาจากอายุหนี้ที่ค้างชำระเกิน 365 วัน บริษัทฯจะพิจารณาค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญทั้งจำนวน

    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีลูกหนี้การค้าที่มีอายุเกิน 365 วัน จำนวนที่ลดลง 1.14 ล้านบาท เกิดจาก ลูกหนี้การค้า 3 รายที่ได้บันทึกค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้ในปี 2557 บริษัทฯและบริษัทย่อยได้ติดตามและได้รับการชำระคืนจากลูกหนี้การ ค้าทั้ง 3 รายดังกล่าว

    ทั้งนี้สามารถสรุปยอดลูกหนี้การค้าตามอายุหนี้ที่ค้างชำระ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556 - 2558 ตามตารางข้างต้น

    เงินประกันผลงาน

    ณ วันที่ 31 ธันวาคม ของปี 2556 – 2557 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีเงินประกันผลงานจำนวน 14.42 ล้านบาท 15.30 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญาจ้างบริหารโครงการ กำหนดให้ต้องมีการกันเงินประกันผลงานไว้ส่วนหนึ่ง แต่จะมีเฉพาะบาง โครงการที่มีการก่อสร้างขนาดใหญ่หรือมูลค่างานสูงและงานราชการ เช่น โครงการของกลุ่มเซ็นทรัล โครงการรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน ของ ร.ฟ.ม เป็นต้น เจ้าของโครงการจะหักจากรายได้ที่บริษัทเรียกเก็บตามใบแจ้งหนี้ โดยรวมต่อโครงการประมาณ 5 -10 % ของมูลค่า งานตามสัญญา ระยะเวลารับประกันผลงานเฉลี่ย 1 ปีนับจากส่งมอบงาน

    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีเงินประกันผลงานเท่ากับ 18.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าเนื่องจาก ในปี 2558 บริษัทฯมีรายได้ให้บริการกับกลุ่มลูกค้าที่ต้องหักเงินประกันผลงานจากยอดรายได้ที่บริษัทฯเรียกเก็บ

    ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์

    ณ วันที่ 31 ธันวาคม ของปี 2556 – 2557 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีที่ดิน อาคารและอุปกรณ์-สุทธิ เท่ากับ 9.92 ล้านบาท และ 9.29 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งประกอบด้วย ที่ดินที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทฯ อาคารสำนักงานใหญ่และส่วนปรับปรุงอาคาร เครื่องใช้ เครื่องตกแต่งสำนักงาน อุปกรณ์ และยานพาหนะ เป็นต้น

    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีที่ดิน อาคารและอุปกรณ์-สุทธิ เท่ากับ 9.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน หน้า เนื่องจากบริษัทฯมีได้ลงทุนเพิ่มในส่วนการปรับปรุงขยายพื้นที่สำนักงานเพื่อรองรับพนักงานบางส่วนตามแผนการขยายธุรกิจของ บริษัท การลงทุนในหมวดอุปกรณ์สำนักงาน อุปกรณ์งานผลิต และการตัดค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ตามนโยบายบัญชีเป็นปกติ เป็นผลให้ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์-สุทธิเพิ่มขึ้นจำนวนเล็กน้อย

    เงินฝากประจำที่มีภาระค้ำประกัน

    ณ วันที่ 31 ธันวาคม ของปี 2556 – 2557 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีเงินประจำที่มีภาระค้ำประกันเท่ากับ 12.60 ล้านบาท และ 12.76 ล้านบาท ตามลำดับ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เป็นผลมาจากผลตอบแทนจากสถาบันการเงิน

    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีเงินฝากประจำที่มีภาระค้ำประกันเท่ากับ 12.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เป็นผลมาจากผลตอบแทนจากสถาบันการเงิน

แหล่งที่มาของเงินทุน
  • หนี้สิน

    ณ วันที่ 31 ธันวาคม ของปี 2556 – 2558 บริษัทฯและบริษัทย่อย มีหนี้สินรวมเท่ากับ 44.37 ล้านบาท 54.04 ล้านบาท และ 44.88 ล้านบาท ตามลำดับ หนี้สินรวมในปี 2558 ลดลงจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น และประมาณการหนี้สินผลประโยชน์ พนักงาน ทั้งนี้ บริษัทฯไม่ได้มีภาะหนี้สินกับสถาบันการเงินใดใด ในส่วนของหนี้สิน มีรายละเอียดของรายการสำคัญดังนี้

    เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น

    ณ วันที่ 31 ธันวาคม ของปี 2556-2557 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีเจ้าหนี้การค้า เท่ากับ 21.46 ล้านบาท และ 29.75 ล้านบาท ตามลำดับ บริษัทฯ มีเจ้าหนี้การค้าเนื่องจากบางโครงการเจ้าของมีความประสงค์จะจ้างบริหารโครงการแบบเหมารวมส่วนงาน อื่นที่บริษัทฯจำเป็นต้องจัดจ้างบุคลากรหรือทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกองค์กรมาร่วมงานกับบริษัทฯ ในการบริหารโครงการดังกล่าว สำหรับเจ้าหนี้อื่น ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายต่างๆ และเงินรับล่วงหน้า เป็นต้น

    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น เท่ากับ 21.54 ล้านบาท ประกอบด้วยเจ้า หนี้การค้าจำนวน 2.21 ล้านบาท และเจ้าหนี้การค้าอื่นจำนวน 19.33 ล้านบาท ซึ่งประกอบไปด้วย ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายจำนวน 4.89 ล้านบาท เงินรับล่วงหน้าจำนวน 10.71 ล้านบาท และเจ้าหนี้อื่นจำนวน 3.73 ล้านบาท

    ประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน

    ณ วันที่ 31 ธันวาคม ของปี 2556 – 2558 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน เท่ากับ 22.26 ล้านบาท และ 24.11 ล้านบาท ตามลำดับ ในปี 2558 บริษัทฯมีประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน 23.28 ล้านบาท ลดลงจาก ปีก่อนหน้า 0.82 ล้านบาท หรือลดลง 3.40% โดยรายการที่ลดลงจำนวน 2.34 ล้านบาท เป็นการกลับรายการประมาณการหนี้สินผล ประโยชน์พนักงานที่ประมาณการไว้สูงไป และเพิ่มขึ้นจำนวน 3.19 ล้านบาท และบางส่วนลดลงจากการจ่ายชดเชยและการเกษียณอายุ ของพนักงาน

    ในปี 2558 บริษัทฯได้มีการจ่ายชดเชยให้กับพนักงานที่ได้เกษียณอายุจำนวน 1.09 ล้านบาท

    ส่วนของผู้ถือหุ้น

    ณ วันที่ 31 ธันวาคม ของปี 2556 – 2558 บริษัทฯมีส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 178.03 ล้านบาท และ 179.73 ล้านบาท และ 173.74 ล้านบาท ตามลำดับ ลดลงจากปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินงานของบริษัทฯในรอบปี 2558

    โครงสร้างเงินทุน

    บริษัทฯและบริษัทย่อย มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ณ สิ้นปี 2556 – 2558 เท่ากับ 0.25 เท่า 0.30 เท่า และ 0.26 เท่า ตามลำดับ (คำนวณจากยอดหนี้สินรวม หารด้วยยอดส่วนของผู้ถือหุ้นเฉพาะของบริษัทใหญ่ ณ วันสิ้นงวดเดียวกัน) อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นในปี 2556 และ 2557 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากบริษัทฯและบริษัทย่อยมีหนี้สินรวมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้อื่น ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย และประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน

    สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นในปี 2558 ลดลงจากปีก่อน เนื่องจากบริษัทฯและบริษัทย่อย มีหนี้สินรวมลดลง โดยเฉพาะเจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้อื่น ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย และประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน

    สภาพคล่อง

      หน่วย 31 ธันวาคม
    2556 2557 2558
    เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ล้านบาท 29.31 36.04 15.83
    สินทรัพย์หมุนเวียน ล้านบาท 158.35 165.67 144.02
    หนี้สินหมุนเวียน ล้านบาท 21.93 29.87 21.60
    อัตราส่วนสภาพคล่อง
    (สินทรัพย์หมุนเวียน / หนี้สินหมุนเวียน)
    เท่า 7.23 5.55 6.67
    กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน ล้านบาท 23.48 37.57 (9.93)

    อัตราส่วนสภาพคล่อง ณ สิ้นปี 2558 เท่ากับ 6.67 เท่า ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า เนื่องจากการลดลงของหนี้สินหมุนเวียนน้อย กว่าสินทรัพย์หมุนเวียน โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลงจำนวน 21.65 ล้านบาท หรือลดลง 13.07% ส่วนหนี้สินหมุนเวียนลดลงจำนวน 8.27 ล้านบาท หรือลดลง 27.69%

    สำหรับกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานในปี 2558 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานติดลบ 9.92 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากความไม่ต่อเนื่องในรายได้ของบริษัทฯ และบริษัทฯดำเนินการจัดเก็บหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ การจ่าย ชำระหนี้เป็นไปตามกำหนด

รายจ่ายเพื่อการลงทุน
  • บริษัทฯและบริษัทย่อย ไม่มีรายจ่ายเพื่อการลงทุนที่มีนัยสำคัญในปี 2558 มีเพียงการลงทุนซื้อเครื่องใช้สำนักงาน อุปกรณ์งาน ผลิต และการลงทุนปรับปรุงอาคารสำนักงานเพียงเล็กน้อย