หน้าหลักนักลงทุนสัมพันธ์ / การกำกับดูแลกิจการที่ดี : นโยบายการกำกับดูแลกิจการ
Print This Email This
 
นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

ด้วยบริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และคณะกรรมการบริษัท มีอุดมการณ์ที่มุ่งมั่นและวิสัยทัศน์อันกว้างไกลที่จะพัฒนาบริษัทฯให้เข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน มิใช่เพียงแค่เข้มแข็งและเติบโตทางด้านการดำเนินธุรกิจและผลประกอบการของบริษัทฯแต่เพียงด้านเดียวเท่านั้น แต่ยังต้องมีความเข้มแข็งในด้านอื่นๆ จากการพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพอีกด้วย เพื่อการเติบโตของบริษัทฯอย่างมีสมดุลและยั่งยืนในอนาคต

คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความสำคัญตรงจุดนี้อย่างยิ่งยวด จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อ สังคม(Corporate Governance and CSR Committee)ขึ้นเพื่อทำหน้าที่ในการดูแลด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทฯ อาทิ สอบทานนโยบาย กำหนดกลยุทธ์ แผนการดำเนินงานและงบประมาณด้านความรับผิดชอบต่อสังคม รวมทั้งติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อรายงานให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบอีกด้วย

ในปี 2558 คณะกรรมการบริษัท ได้พัฒนาด้านการกำกับ ดูแลกิจการของบริษัทฯ ดังนี้

  1. การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (รายละเอียดปรากฏใน หัวข้อที่ 3 “การต่อต้านการทุจริต”)
    • ยื่นเอกสารขอการรับรองต่อคณะกรรมการ แนว ร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) เมื่อ วันที่ 18 กันยายน 2558 และได้รับการรับรองจาก CAC เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2558
    • จัดอบรมและสื่อสารให้พนักงานเข้าใจถึงนโยบายและวิธีปฏิบัติในการต่อต้านการคอร์รัปชั่น
  2. ดำเนินการปรับปรุงนโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1/2558) เพื่อให้ครอบคลุมแนวปฏิบัติต่างๆ ที่เป็นสากล มีความทันสมัย เหมาะสมกับเวลาและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 4/2558 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 ทั้งนี้ได้ประกาศใช้และเผยแพร่ไว้ที่เว็บไซต์ ของบริษัทฯ
  3. ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณคณะกรรมการแห่งปี ประจำปี 2558 ประเภทรางวัลชมเชย บริษัทหลักทรัพย์ MAI
  4. ได้รับรางวัล Thailand Sustainability Investment 2015 ในงาน SET Sustainability Award 2015
  5. บริษัทฯ ได้รับผลสำรวจโครงการ CGR ประจำปี 2558 CG Scoring ระดับ 5 ดาว
  6. บริษัทฯ ได้รับคะแนนการประเมินการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 ได้คะแนน 100 คะแนนเต็ม

นอกจากนี้บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการครอบคลุมเนื้อหา 5 หมวดได้แก่ หมวดสิทธิของผู้ถือหุ้น หมวดการปฏิบัติ ต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน หมวดบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย หมวดการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส และหมวดความรับผิดชอบของ คณะกรรมการโดยมีเนื้อหาดังนี้

1. สิทธิของผู้ถือหุ้น (Rights of Shareholders)
  • บริษัทฯให้ความสำคัญและเคารพสิทธิและความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัทฯและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสิทธิพื้นฐานที่ผู้ถือหุ้นได้รับโดยเท่าเทียมกันประกอบด้วย สิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น สิทธิในการมอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทน สิทธิในการเสนอเพิ่มวาระการประชุม สิทธิในการเสนอรายชื่อบุคคลเป็นกรรมการ สิทธิในการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งหรือถอดถอนกรรมการเป็นรายบุคคล สิทธิในการออกเสียงลงคะแนนแต่งตั้งและกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี สิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในกิจการต่างๆ ของบริษัทฯ สิทธิในการรับเงินปันผล สิทธิในการแสดงความคิดเห็นและซักถามในที่ประชุมผู้ถือหุ้น และสิทธิที่จะได้รับสารสนเทศอย่างเพียงพอและทันเวลา

    นอกจากนั้นบริษัทฯ ยังได้ดูแลให้มีการถือปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว ตลอดจนหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และมีนโยบายในการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นทุกรายเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อได้ใช้สิทธิในการเข้าร่วมประชุมและออกเสียงได้อย่างเต็มที่

    1.1 การประชุมผู้ถือหุ้น

    คณะกรรมการบริษัท จะจัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ภายใน 4 เดือน นับจากวันสิ้นสุดของรอบปีบัญชีของบริษัทฯ สำหรับการประชุมคราวอื่นนอกจากการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น คณะกรรมการจะเรียกประชุมเมื่อเห็นสมควรหรือเมื่อมีผู้ถือหุ้นเข้าชื่อกันทำหนังสือร้องขอตามข้อบังคับของบริษัทฯ และหรือตามที่กฎหมายกำหนด ในการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นให้คณะกรรมการจัดทำเป็นหนังสือนัดประชุม ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยระบุสถานที่ วัน เวลา ระเบียบวาระการประชุม และเรื่องที่จะเสนอต่อที่ประชุม พร้อมด้วยรายละเอียดและเหตุผลตามสมควร โดยระบุให้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องที่จะเสนอเพื่อทราบ เพื่ออนุมัติ หรือเพื่อพิจารณาแล้วแต่กรณี รวมทั้งความเห็นของคณะกรรมการในเรื่องดังกล่าว และจัดส่งให้ผู้ถือหุ้นและนายทะเบียนทราบ พร้อมกับแนบหนังสือมอบฉันทะสำหรับผู้ถือหุ้นที่ไม่อาจมาร่วมประชุมได้ด้วยตนเอง โดยจัดส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนวันประชุม และทำการโฆษณาคำบอกกล่าวนัดประชุมในหนังสือพิมพ์ไม่น้อยกว่า 3 วัน ก่อนวันประชุม ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับของบริษัทฯ และหรือตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายในการจัดส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นฉบับสมบูรณ์ล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 21 วัน รวมทั้งนำเสนอไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน คณะกรรมการมีนโยบายในการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นทุกรายเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น ตลอดจนให้ความสำคัญในการจัดประชุมผู้ถือหุ้น โดยมอบอำนาจให้ฝ่ายจัดการ และนายทะเบียนหุ้น ของบริษัทฯ ดำเนินการจัดเตรียมการประชุมผู้ถือหุ้น ในการจัดส่งจดหมายนัดประชุม จัดเตรียมสถานที่ ที่สามารถเดินทางไปได้ สะดวกรวมถึงเลือกวันเวลาที่เหมาะสม การให้ข่าวสารการประชุม การให้ความสะดวกในการประชุม รวมถึงการจัดเตรียมข้อมูลที่เปิดเผยเพียงพอเพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้ถือหุ้นในการประชุมผู้ถือหุ้น ประธานกรรมการจะจัดสรรเวลาให้เหมาะสม และส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นมีโอกาสแสดงความเห็นและตั้งคำถามอย่างเท่าเทียมกันต่อที่ประชุมตามระเบียบวาระการประชุม และคณะกรรมการจะไม่เพิ่มวาระอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ล่วงหน้าในหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งกรรมการทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งประธานคณะกรรมการชุดต่าง ๆ รวมทั้งตัวแทนจากผู้สอบบัญชีควรเข้าประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อตอบคำถามหรือชี้แจงต่อที่ประชุม

    ก่อนเริ่มการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทฯ ได้ถือปฏิบัติให้มีการแถลงแก่ผู้ถือหุ้นให้ทราบถึงสิทธิตามข้อบังคับของบริษัทฯ การดำเนินการประชุม วิธีการใช้สิทธิลงคะแนน และสิทธิในการแสดงความเห็นรวมทั้งการตั้งคำถามใดๆ ต่อที่ประชุมตามระเบียบวาระการประชุม

    หลังเสร็จสิ้นการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทฯ จะแจ้งมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นต่อ ตลท. ทันทีก่อนตลท. เปิดทำการซื้อขายหลักทรัพย์รอบถัดไป และบริษัทฯ จะมีการบันทึกการประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง โดยมีเนื้อหาที่ประชุมถูกต้อง ครบถ้วน รวมถึงรายละเอียดกรรมการที่เข้าร่วมประชุม การแจ้งคะแนนนับทุกๆ วาระ และข้อซักถามหรือข้อคิดเห็นที่สำคัญ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้ โดยแจ้งรายงานการประชุมไปยังตลท. ภายใน 14 วัน นับจากวันประชุมผู้ถือหุ้น และจัดส่งรายงานประจำปีพร้อมกับสำเนางบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนที่ผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบและที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้อนุมัติแล้ว และสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติงบดุล การจัดสรรกำไร และการแบ่งเงินปันผล ไปยังนายทะเบียนบริษัทมหาชนจำกัด สำหรับงบดุลนั้นบริษัทฯจะโฆษณาให้ประชาชนทราบทางหนังสือพิมพ์อย่างน้อย 1 วัน ทั้งนี้ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติ

    นอกจากนี้บริษัทฯ จะจัดทำรายงานการประชุมสามัญหรือวิสามัญผู้ถือหุ้นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เปิดเผยไว้ในเว็บไซต์ของบริษัทฯ

    1.2 ความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น

    คณะกรรมการบริษัทถือเป็นหน้าที่ในการดูแลให้ผู้บริหารและพนักงาน ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีความสำนึกในหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบต่อผลของการปฏิบัติงาน เพื่อทำให้ผู้ถือหุ้นมีความเชื่อถือและยอมรับในการตัดสินใจว่าการดำเนินการใด ๆ กระทำด้วยความเป็นธรรม และคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่และรายย่อย

    นอกจากนี้ ยังต้องให้ผู้ถือหุ้นสามารถใช้สิทธิในการดูแลรักษาผลประโยชน์ของตนไม่ว่าจะด้วยการแสดงความเห็น ให้ข้อเสนอแนะ และออกเสียงลงมติร่วมตัดสินใจในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่าง ๆ รวมทั้งการเลือกตั้งคณะกรรมการบริษัท และกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ การจัดสรรกำไร และการจ่ายเงินปันผล รวมถึงการแต่งตั้งและกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีในที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยบริษัทฯ ต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามความเป็นจริง ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถตรวจสอบได้ ทั้งนี้การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการนั้น คณะกรรมการบริษัทต้องเสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติเป็นประจำทุกปี และต้องนำเสนอนโยบายในการกำหนดค่าตอบแทนของกรรมการบริษัทเพื่อประกอบการพิจารณาของผู้ถือหุ้นด้วย

2. การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียม (Equitable Treatment of Shareholders)
  • บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับสิทธิของผู้ถือหุ้นทุกท่านอย่างเท่าเทียม โดยมีการกำหนดแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

    2.1 หนังสือมอบฉันทะในการประชุมผู้ถือหุ้น

    บริษัทฯจะจัดส่งหนังสือมอบฉันทะ โดยมีการเสนอรายชื่อกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 ท่าน ให้ผู้ถือหุ้นได้พิจารณาคัดเลือกเป็นผู้รับมอบฉันทะ ในการเข้าประชุมผู้ถือหุ้นและออกเสียงลงคะแนนในวาระต่างๆแทน ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นด้วยตนเองได้ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นสามารถกำหนดทิศทางการลงมติในแต่ละวาระได้เอง

    2.2 การเสนอวาระการประชุมผู้ถือหุ้น

    กรณีที่ผู้ถือหุ้นรายใดแจ้งความประสงค์มายังบริษัทฯ เพื่อขอเสนอให้เพิ่มวาระการประชุมผู้ถือหุ้นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งล่วงหน้าภายในช่วงเวลาที่บริษัทฯ กำหนด และทางคณะกรรมการบริษัท ได้พิจารณาแล้วและมีความเห็นว่าวาระดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ และผู้ถือหุ้น ทางบริษัทฯมีนโยบายที่จะอำนวยความสะดวกในการนำเสนอวาระดังกล่าวเข้าที่ประชุมผู้ถือหุ้น

    เรื่องที่จะไม่บรรจุในระเบียบวาระการประชุม

    1. เรื่องที่ขัดกับกฎหมาย ข้อบังคับ กฎและระเบียบต่าง ๆ ของหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลบริษัทฯ หรือไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น และการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ
    2. เรื่องที่อยู่นอกเหนืออำนาจที่บริษัทฯ จะดำเนินการได้
    3. เรื่องที่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดโดยเฉพาะ
    4. เรื่องที่ผู้ถือหุ้นเคยเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาใน รอบ 12 เดือนที่ผ่านมา และได้รับมติสนับสนุนด้วยเสียงที่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดโดยที่ข้อเท็จจริงในเรื่องนั้นยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
    5. เรื่องที่เป็นอำนาจการบริหารจัดการของคณะกรรมการ เว้นแต่เป็นกรณีที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ถือหุ้นโดยรวม
    6. เรื่องที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการแล้ว
    7. เรื่องที่ซ้ำกับเรื่องที่ได้เสนอมาก่อนแล้ว
    8. เรื่องที่ผู้ถือหุ้นให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือไม่มีเอกสารหรือเอกสารไม่ครบถ้วน หรือเสนอมาไม่ทันภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือไม่สามารถติดต่อได้

    เรื่องที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท จะบรรจุเป็นวาระการประชุมในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี พร้อมความเห็นของคณะกรรมการ สำหรับเรื่องที่ไม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท จะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบพร้อมชี้แจงเหตุผลผ่าน Website ของบริษัทฯ

    2.3 การเสนอชื่อบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท

    กรณีที่ผู้ถือหุ้นรายใดแจ้งความประสงค์มายังบริษัทฯ เพื่อขอเสนอชื่อบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท โดยได้แจ้งความประสงค์ผ่านมายังบริษัทฯ พร้อมจัดส่งข้อมูลประกอบการพิจารณาด้านคุณสมบัติและหนังสือแสดงความยินยอมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อมาอย่างครบถ้วน ล่วงหน้าและอยู่ภายในช่วงเวลาที่บริษัทฯ กำหนด บริษัทฯ มีนโยบายที่จะเสนอบุคคลดังกล่าวเข้าดำรงตำแหน่งแทนกรรมการที่ครบกำหนดออกตามวาระในแต่ละปี เพื่อให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาลงมติต่อไป

    บุคคลที่ได้รับเสนอชื่อเป็นกรรมการ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังนี้

    1. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายบริษัทมหาชนจำกัด กฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ
    2. มีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์กว้างไกล มีคุณธรรม จริยธรรม และมีประวัติการทำงานที่ดี
    3. เป็นผู้ที่มีความสนใจในกิจการของบริษัทฯ และสามารถอุทิศเวลาให้ได้อย่างเพียงพอ
    4. ต้องเป็นผู้ที่ไม่ประกอบกิจการหรือเข้าร่วมในกิจการอันมี สภาพอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัทฯ ไม่ว่าจะทำเพื่อประโยชน์ตน หรือประโยชน์ผู้อื่น

    2.4 การใช้ข้อมูลภายใน

    1. คณะกรรมการบริษัทกำหนดนโยบายและแนวทางการกำกับดูแลการใช้ข้อมูลภายใน โดยกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดกรณีกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ ทำการซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายใน ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ ก.ล.ต. และตลท. โดยการแจ้งให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนรับทราบและปฏิบัติตาม เพื่อห้ามมิให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานใช้ข้อมูลภายในซึ่งยังมิได้เปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อทำการซื้อขาย โอน หรือรับโอนหุ้นของบริษัทฯ ในช่วงระยะเวลา 1 เดือน ก่อนการเปิดเผยงบการเงินให้แก่สาธารณชนทราบ และควรรอเวลาอีกอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ภายหลังจากการเปิดเผยข้อมูลให้แก่สาธารณชนแล้ว
    2. บริษัทฯ มีนโยบายและวิธีการป้องกันมิให้กรรมการ ผู้บริหาร ใช้ประโยชน์จากข้อมูลสำคัญอันมีผลต่อการลงทุนโดยบริษัทฯ จะแจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัททุกครั้งไปยัง ตลท. ทันทีก่อน ตลท. เปิดทำการซื้อขายหลักทรัพย์รอบถัดไป โดยกรรมการและผู้บริหารบริษัทจะต้องรายงานการถือครองหลักทรัพย์ทุกครั้งที่มีการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ภายใน 3 วันทำการต่อ ก.ล.ต.

    2.5 รายการที่เกี่ยวโยงกันของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกัน

    คณะกรรมการบริษัทกำกับให้การทำธุรกรรมและผลประโยชน์ของกรรมการแต่ละคนเสมือนหนึ่งที่ทำกับบุคคลภายนอก โดยให้ฝ่ายจัดการจัดทำรายงานรายการที่เกี่ยวโยงกันของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกันเป็นประจำปีเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาสอบทาน ก่อนเสนอในรายงานประจำปี และแบบแสดงข้อมูลแก่ผู้ถือหุ้น

    2.6 ประโยชน์ที่ขัดแย้งกับบริษัทฯ

    บริษัทฯได้กำหนดแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกันไว้ในข้อกำหนดเกี่ยวกับจริยธรรม ธุรกิจและคู่มือจรรยาบรรณสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ไม่พึงดำเนินการใดๆที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ต่อบริษัทฯ และหากมีความเกี่ยวพันของกรรมการทั้งที่เกี่ยวกับธุรกิจของกรรมการหรือครอบครัวของกรรมการซึ่งอาจนำไปสู่ผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกับบริษัทฯ คณะกรรมการจะต้องพิจารณาเรื่องนี้เป็นกรณีๆไป เพื่อพิจารณาว่ามีความขัดแย้งกับบริษัทฯ หรือไม่ และจะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างรอบคอบ มีจริยธรรม และมีความโปร่งใส กรรมการผู้ที่อยู่ในกรณีนั้น ไม่ควรเข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณา นอกจากจะถูกเชิญเพื่อให้ข้อมูล

    2.7 การจัดทำและจัดส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นฉบับภาษาอังกฤษ

    บริษัทฯมีนโยบายในการจัดทำและจัดส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นและเอกสารประกอบการประชุม ฉบับภาษาอังกฤษให้กับผู้ถือหุ้นสัญชาติต่างด้าว

3. การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (ROLES OF STAKEHOLDERS)
  • บริษัทฯ ตระหนักถึงแรงสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถแข่งขันและสร้างกำไรได้ โดยถือว่าเป็นการสร้างความสำเร็จในระยะยาวให้กับบริษัทฯ ดังนั้นบริษัทฯ จึงได้ให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มทั้งภายในและภายนอกบริษัทฯ โดยการรักษาผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียด้วยความเป็นธรรมและให้ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย

    3.1 การเคารพสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ

    บริษัทฯ ตั้งมั่นในความยุติธรรม และความมีคุณธรรมกับผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีอย่างต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ อันได้แก่ ผู้บริหารและพนักงาน ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ คู่แข่งทางการค้า และสังคมส่วนรวม โดยไม่เลือกปฏิบัติต่อผู้หนึ่งผู้ใดอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ใช้วิจารณญาณ หรือความสัมพันธ์ส่วนตัวตัดสิน และให้โอกาสเท่าเทียมกันโดยไม่แบ่งแยก เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา หรือเพศ บริษัทฯ ตระหนักถึงความรับผิดชอบที่พึงมีต่อสังคมและชุมชน และถือเป็นภารกิจหลักที่จะสร้างสรรค์โครงการ และกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาสังคมและชุมชน โดยคณะกรรมการได้กำหนดนโยบายมีแนวทางปฏิบัติในเรื่องต่างๆ ดังนี้

    1. ปฏิบัติกับพนักงานอย่างเท่าเทียมเป็นธรรม และให้ผลตอบแทนและสวัสดิการเหมาะสม
    2. กำกับดูแลเรื่องความปลอดภัย และสุขอนามัยที่ดี ในสถานที่ทำงาน
    3. จัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงาน
    4. ศูนย์ฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพ ความรู้ และความสามารถให้กับ พนักงานอย่างต่อเนื่อง
    5. ไม่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน
    6. เอาใจใส่และรับผิดชอบต่อลูกค้า มีความรับผิดชอบต่อลูกค้าในการให้บริการ
    7. การปฏิบัติที่เป็นธรรมและรับผิดชอบต่อคู่แข่งโดยประพฤติตามกรอบกติกาการแข่งขันที่ดี หลีกเลี่ยงวิธีการที่ไม่สุจริต เพื่อทำลายคู่แข่งทางการค้า
    8. การซื้อสินค้าและบริการจากคู่ค้าเป็นไปตามเงื่อนไขทางการค้า รวมถึงปฏิบัติต่อคู่ค้าตามสัญญาที่ตกลงกัน
    9. ปฏิบัติตามเงื่อนไขการกู้ยืมเงินตามข้อตกลงกับเจ้าหนี้ที่ให้การสนับสนุนเงินกู้แก่บริษัทฯ
    10. ไม่ล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หรือลิขสิทธิ์ต่างๆ
    11. ต่อต้านการทุจริต และห้ามจ่ายสินบนเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของบริษัทฯ
    12. มีความรับผิดชอบต่อสภาพแวดล้อมของชุมชนและสังคม
    13. ให้การสนับสนุนกิจกรรมในชุมชนเพื่อเกื้อกูลสังคมในวาระและโอกาสที่เหมาะสม
    14. เอาใจใส่และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
    15. ส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

    3.2 การแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน

    ลูกค้าและประชาชนทั่วไปสามารถร้องเรียนหรือแสดงความคิดเห็นต่อบริษัทฯ ตามระเบียบว่าด้วยกระบวนการรับและพิจารณาข้อร้องเรียน พ.ศ. 2552 โดยผ่านช่องทางต่างๆดังนี้

    จดหมาย บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
    เลขที่ 381/6 ซอยพระรามเก้า 58 (ซอย 7 เสรี 7) ถนนพระรามเก้า
    แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250
    เว็บไซต์ http://www.pps.co.th
    โทรศัพท์ 02-7182785-9
    โทรสาร 02-3005545-6

    สำหรับพนักงาน สามารถร้องเรียนหรือเสนอแนะข้อคิดเห็นต่อคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารได้โดยตรงทาง E-mail ในระบบของบริษัทฯ

    3.3 ช่องทางการติดต่อคณะกรรมการบริษัทโดยตรง

    ผู้มีส่วนได้เสียที่มีความประสงค์จะติดต่อกับคณะกรรมการบริษัทโดยตรง (ไม่ผ่านผู้บริหารของบริษัทฯ) สำหรับการแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ในการดำเนินธุรกิจ คำร้องเรียนในกรณีถูกละเมิดสิทธิ หรือคำร้องเรียนพิเศษต่าง ๆ เช่น การปฏิบัติงานไม่ถูกต้องของผู้บริหาร, การกระทำผิดจรรยาบรรณหรือผิดกฎหมาย และอื่นๆ โดยสามารถร้องเรียน ได้ที่ Email: whistleblow@pps.co.th ทั้งนี้บริษัทฯ กำหนดนโยบายหรือแนวทางในการปกป้องผู้แจ้งเบาะแส รวมถึงนโยบายในการเก็บรักษาความลับของข้อมูลเกี่ยวกับการแจ้งเบาะแส

    3.4 ช่องทางการติดต่อสื่อสาร

    คณะกรรมการบริษัทมอบหมายให้ฝ่ายจัดการของบริษัทฯ มีหน้าที่ดูแลให้บริษัทฯ มีการติดต่อสื่อสารและเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา แก่นักลงทุน สื่อมวลชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกลุ่มอื่นๆ โดยใช้สื่อหลากหลาย เช่น เอกสารเผยแพร่ หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ การจัดประชุมและการแถลงข่าวต่าง ๆ รวมทั้งการใช้สื่อทางเว็บไซต์ และอีเมล์ ที่สามารถรับ-ส่งข้อมูลได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว รวมทั้งมีหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์เป็นผู้รับผิดชอบดูแลเรื่องดังกล่าวด้วย

    3.5 งานนักลงทุนสัมพันธ์

    บริษัทฯ จัดให้มีนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations) ทำหน้าที่รับผิดชอบในการให้บริการและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวของบริษัทฯ ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม ทั้งพนักงาน ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ นักวิเคราะห์อย่างเท่าเทียมกัน เป็นธรรม และทั่วถึง ผ่านกิจกรรมสื่อสารที่หลากหลาย

    ข้อมูลติดต่อสื่อสารกับนักลงทุนสัมพันธ์

    ที่อยู่ บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
    381/6 ซอยพระรามเก้า 58 (ซอย 7 เสรี 7) ถนนพระรามเก้า
    แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร 10250
    อีเมล์ ir@pps.co.th
    เว็บไซต์ http://www.pps.co.th
    โทรศัพท์ 0 2718-2785 - 9
    โทรสาร 0 2300-5545 - 6
4. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
  • บริษัทฯ ให้ความมั่นใจต่อนักลงทุน โดยการเปิดเผยสารสนเทศที่สำคัญของบริษัทฯ อย่างถูกต้องครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส และเท่าเทียมกัน ทั้งข้อมูลทางการเงินและผลการดำเนินงาน ส่วนข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องได้รับการดูแลโดยกฎระเบียบ ข้อบังคับ ตลอดจนวิธีปฏิบัติของบริษัทฯ เพื่อป้องกันไม่ให้ความลับของบริษัทฯ รั่วไหลไปยังคู่แข่งทางการค้า ตามข้อกำหนดของ ก.ล.ต. และข้อกำหนดของ ตลท. โดยนอกจากจะเปิดเผยข้อมูลผ่านแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี (แบบ 56-2) แล้ว ข้อมูลส่วนใหญ่ได้นำเสนอทางเว็บไซต์ของ ตลท. และเว็บไซต์ของบริษัทฯ ซึ่งช่วยให้ผู้ถือหุ้น ลูกค้า นักวิเคราะห์ นักลงทุน และผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีความเท่าเทียมกันและเชื่อถือได้

    บริษัทฯ กำหนดให้มีหน่วยงานและบุคคลที่จะประสานและให้ข้อมูลแก่ผู้ถือหุ้น ผู้สนใจ รวมทั้งยังเปิดโอกาสให้มีการชี้แจงพบปะและตอบข้อซักถามโดยผู้บริหารของบริษัทฯ

    4.1 การรายงานทางการเงิน

    คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำรายงานทางการเงินของบริษัทฯ ตลอดจนสารสนเทศที่เสนอต่อผู้ถือหุ้นในรายงานประจำปี ดูแลคุณภาพของรายงานทางการเงิน ให้มีการจัดทำงบการเงินตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป มีการตรวจสอบบัญชี โดยผู้สอบบัญชีที่เชื่อถือได้และมีความเป็นอิสระดูแลให้บริษัทฯ เลือกใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จัดการดูแลให้รายงานทางการเงินของบริษัทฯ มีความถูกต้องครบถ้วนเป็นจริง และมีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญเพียงพอครบถ้วน สมเหตุสมผล และเป็นที่เชื่อถือได้

    คณะกรรมการบริษัทได้ดูแลให้บริษัทฯ มีฝ่ายตรวจสอบ ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบทุกหน่วยงานของบริษัทฯ เป็นระยะ เพื่อให้มีการบันทึกข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน มีการปฏิบัติงานตามมาตรฐานและมีความสุจริตตามนโยบายที่บริษัทฯ กำหนด และไม่ดำเนินการใดอันเป็นการละเมิดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

    คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งให้กรรมการอิสระ 3 ท่าน เป็นกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่ในการสอบทานให้บริษัทฯ มีรายงานทางการเงินที่ถูกต้องชัดเจน และทันเวลา สอบทานให้บริษัทฯ มีระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนพิจารณาการปฏิบัติตามกฎหมายต่าง ๆ และระเบียบของบริษัทฯ พิจารณาการเปิดเผยข้อมูลให้ถูกต้อง ชัดเจน โปร่งใส และทันเวลา ตามข้อกำหนดของการเป็นบริษัทจดทะเบียน ในกรณีที่มีรายการที่เกี่ยวโยงหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ บริษัทฯ จะนำเสนอคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อให้พิจารณาความเหมาะสมและความสมเหตุสมผลก่อนที่จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

    4.2 การบริหารความเสี่ยง

    คณะกรรมการบริษัทจัดให้มีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ในการทำหน้าที่พิจารณาและนำเสนอนโยบาย แผนงาน และผลการปฏิบัติงานตามแผนต่อคณะกรรมการบริษัท โดยนโยบายบริหารความเสี่ยง จะต้องครอบคลุมถึงทุกหน่วยงานในบริษัทฯ และครอบคลุมปัจจัยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับวิสัยทัศน์ เป้าหมาย กลยุทธ์ทางธุรกิจ การเงิน การผลิต และการปฏิบัติงานด้านอื่นๆ รวมถึงสามารถพิจารณาถึงโอกาสที่จะเกิดและระดับความรุนแรงของผลกระทบ กำหนดมาตรการในการแก้ไขและผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน และกำหนดมาตรการในการรายงานและการติดตามประเมินผล

    4.3 การควบคุมภายใน

    คณะกรรมการบริษัทจัดให้บริษัทฯ มีระบบการควบคุมภายในที่ครอบคลุมทุกด้านทั้งด้านการเงิน การปฏิบัติงาน การดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง และจัดให้มีกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการปกป้องรักษา และดูแลเงินลงทุนของผู้ถือหุ้นและสินทรัพย์ของบริษัทฯ อยู่เสมอ จัดให้มีการกำหนดลำดับชั้นของอำนาจอนุมัติและความรับผิดชอบของผู้บริหารและพนักงานที่มีการตรวจสอบและถ่วงดุลในตัวกำหนดระเบียบการปฏิบัติงานอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร มีฝ่ายตรวจสอบภายในที่เป็นอิสระ รายงานตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ ทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานของหน่วยงานทั้งหน่วยงานธุรกิจและหน่วยงานสนับสนุนให้เป็นไปตามระเบียบที่วางไว้

    4.4 การทำรายการของกรรมการหรือผู้บริหาร


    1. บริษัทฯ กำหนดเป็นนโยบายให้กรรมการเปิดเผยรายงานการซื้อ-ขายหุ้น การถือครองหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ให้ทราบทุกครั้ง
    2. บริษัทฯ กำหนดเป็นนโยบายให้กรรมการต้องรายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการต่อคณะกรรมการตรวจสอบ
    3. บริษัทฯ กำหนดเป็นนโยบายว่าการทำรายการระหว่างกันที่สำคัญต้องได้รับการพิจารณาและอนุมัติจากคณะกรรมการ
5. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ (Board Responsibilities)
  • คณะกรรมการบริษัทมีความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่และเป็นอิสระอย่างแท้จริงจากฝ่ายจัดการ เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นโดยรวม โดยมีการแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการที่ชัดเจน โดยคณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้กำหนดนโยบายและกำกับดูแลให้ระบบงานต่าง ๆ ของบริษัทฯ ดำเนินไปตามนโยบายที่ถูกต้องตามกฎหมาย และจริยธรรม

    5.1 คุณสมบัติของกรรมการ

    คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการที่มีความหลากหลายในด้านอายุ ทักษะวิชาชีพ ความรู้ ความเชี่ยวชาญที่เป็นประโยชน์ต่อกิจการของบริษัทฯ (โดยต้องมีกรรมการอย่างน้อย 1 ท่านที่มีความรู้และประสบการณ์ทางด้านบัญชี) สามารถนำมุมมองใหม่ๆ มาสู่คณะกรรมการบริษัท เป็นผู้ที่สามารถอุทิศเวลาให้กับการเป็นกรรมการบริษัทได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งเป็นผู้ที่ประกอบด้วยคุณธรรมและจริยธรรม

    ทุกครั้งที่มีการแต่งตั้งกรรมการใหม่ คณะกรรมการสรรหาฯ จะทำหน้าที่พิจารณาทบทวนคุณสมบัติ ทักษะ ความรู้ และความชำนาญที่จำเป็นของกรรมการทั้งคณะ เพื่อกำหนดคุณสมบัติที่เหมาะสมของกรรมการที่ต้องการสรรหาให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับคณะกรรมการบริษัท

    บริษัทฯได้กำหนดนโยบาย จำกัดจำนวนบริษัทจดทะเบียนที่กรรมการแต่ละคนจะดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 3 แห่ง สำหรับกรรมการผู้จัดการจำกัดจำนวนบริษัทที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการไว้ไม่เกิน 3 แห่ง

    5.2 คุณสมบัติของกรรมการอิสระ

    1. ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 1 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ทั้งนี้ นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระรายนั้นๆ ด้วย
    2. ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจำ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน ทั้งนี้ ลักษณะต้องห้ามดังกล่าว ไม่รวมถึงกรณีที่กรรมการอิสระเคยเป็นข้าราชการ หรือที่ปรึกษาของส่วนราชการซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ
    3. ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมายในลักษณะที่เป็นบิดามารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตร ของผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย
    4. ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน
    5. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของสำนักงานสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ สังกัดอยู่ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน
    6. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใด ๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมายหรือที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่า 2 ล้านบาทต่อปีจากบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้น เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน
    7. ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการบริษัท ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่
    8. ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย หรือไม่เป็นหุ้นส่วนที่มีนัยในห้างหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่รับเงินเดือนประจำ หรือถือหุ้นเกินร้อยละ 1 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิ์ออกเสียงทั้งหมดของบริษัทอื่น ซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย
    9. ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯ
    10. กรรมการอิสระตามคุณสมบัติข้างต้น อาจได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท ให้ตัดสินใจในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุม โดยมีการตัดสินใจในรูปแบบองค์คณะ (Collective Decision) ได้

    5.3 คุณสมบัติคณะกรรมการตรวจสอบ

    กรรมการตรวจสอบของบริษัทฯจะต้องมีคุณสมบัติตามคุณสมบัติของกรรมการอิสระและ

    1. ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ให้ตัดสินใจในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ และ
    2. ไม่เป็นกรรมการของบริษัทใหญ่ บริษัทย่อย หรือบริษัทย่อยลำดับเดียวกัน เฉพาะที่เป็นบริษัทจดทะเบียน
    3. มีความรู้และประสบการณ์เพียงพอที่จะสามารถทำหน้าที่ในฐานะกรรมการตรวจสอบ ทั้งนี้ ต้องมีกรรมการตรวจสอบอย่างน้อยหนึ่งคนที่มีความรู้และประสบการณ์เพียงพอที่จะสามารถทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงินได้
    4. มีหน้าที่ในลักษณะเดียวกับที่กำหนดไว้ในประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าด้วยคุณสมบัติและขอบเขตการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบ

    5.4 องค์ประกอบและการสรรหากรรมการบริษัท

    1. ให้บริษัทฯ มีคณะกรรมการของบริษัทไม่น้อยกว่า 5 คน และกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร และต้องมีคุณสมบัติตามกฎหมายกำหนด
    2. ให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเลือกตั้งกรรมการตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้
      • ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่าหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง
      • ผู้ถือหุ้นแต่ละคนจะต้องใช้คะแนนเสียงที่มีอยู่ทั้งหมดตามจำนวนที่ถือครองทั้งหมด เลือกตั้งบุคคลคนเดียวหรือหลายคนเป็นกรรมการก็ได้ แต่จะแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผู้ใดมากน้อยเพียงใดไม่ได้
      • บุคคลซึ่งได้รับคะแนนเสียงสูงสุดตามลำดับลงมา เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการเท่าจำนวนกรรมการที่จะพึงมีหรือพึงเลือกตั้งในครั้งนั้น ในกรณีที่บุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งในลำดับถัดลงมามีคะแนนเสียงเท่ากันเกินจำนวนกรรมการที่จะพึงมีหรือจะพึงเลือกตั้งในครั้งนั้น ให้ผู้เป็นประธานเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาดเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียง
    3. ในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี ให้กรรมการออกจากตำแหน่งอย่างน้อยหนึ่งในสาม (1/3) เป็นอัตรา ถ้าจำนวนกรรมการที่จะออกแบ่งออกให้ตรงเป็นสามส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับหนึ่งในสาม (1/3) ซึ่งกรรมการที่ออกไปนั้น ชอบที่จะได้รับการแต่งตั้งเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการได้อีก หากที่ประชุมได้เลือกเข้าดำรงตำแหน่งใหม่อีกครั้ง กรรมการที่จะออกจากตำแหน่งในปีแรกและปีที่สองภายหลังจดทะเบียนบริษัทนั้นให้จับฉลากกันว่าผู้ใดจะออกส่วนที่หลัง ๆ ต่อไปให้กรรมการคนที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดนั้นเป็นผู้ออกจากตำแหน่ง
    4. กรรมการคนใดจะลาออกจากตำแหน่งให้ยื่นใบลาออกต่อบริษัทฯ การลาออกมีผลนับตั้งแต่วันที่ใบลาออกไปถึงบริษัทฯ
    5. ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ ให้คณะกรรมการเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย เข้าเป็นกรรมการแทนในการประชุมคณะกรรมการคราวถัดไป เว้นแต่วาระของกรรมการจะเหลือน้อยกว่าสองเดือน บุคคลซึ่งเข้าเป็นกรรมการแทนดังกล่าวจะอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่ยังเหลืออยู่ของกรรมการที่ตนแทน มติของคณะกรรมการในการแต่งตั้งบุคคลเข้าเป็นกรรมการแทนต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ (3/4) ของจำนวนกรรมการที่ยังเหลืออยู่
    6. ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอาจลงมติให้กรรมการคนใดออกจากตำแหน่งก่อนถึงคราวออกตามวาระได้ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ (3/4) ของจำนวนผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียง และมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นที่ถือโดยผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง
    7. กรรมการจะเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ หรือไม่ก็ได้
    8. ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควร จะเลือกกรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นรองประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการก็ได้ รองประธานกรรมการมีหน้าที่ตามข้อบังคับในกิจการซึ่งประธานกรรมการมอบหมาย
    9. คณะกรรมการเลือกบุคคลคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะกรรมการ โดยเลขานุการคณะกรรมการจะเป็นกรรมการหรือไม่ก็ได้
    10. คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน เป็นผู้ทำหน้าที่สรรหากรรมการ เพื่อมาทดแทนกรรมการที่ครบวาระหรือทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน จะต้องทำหน้าที่พิจารณาทบทวนโครงสร้าง ตลอดจนทักษะที่จำเป็นที่ยังขาดอยู่ในคณะกรรมการเพื่อกำหนดองค์ประกอบที่เหมาะสมของคณะกรรมการบริษัท กำหนดหลักเกณฑ์การสรรหา และสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตรงกับสถานการณ์ รวมถึงสอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ และความต้องการของบริษัทฯ เพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทพิจารณา คัดเลือก และกลั่นกรอง หาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมอย่างรอบคอบ และโปร่งใส เพื่อเสนอขอมติต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเลือกตั้งเป็นกรรมการใหม่

    5.5 วาระในการดำรงตำแหน่ง

    วาระในการดำรงตำแหน่งของกรรมการบริษัท ได้กำหนดให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน พ.ศ. 2535 ส่วนกรรมการอิสระมีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี ติดต่อกันได้ไม่เกิน 3 วาระ

    5.6 การกำหนดค่าตอบแทนของกรรมการ

    คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ทำหน้าที่เสนอแนวทางและวิธีการในการกำหนดค่าเบี้ยประชุม ค่ารับรอง เงินรางวัล และบำเหน็จ รวมทั้งผลประโยชน์อื่นใดที่มีลักษณะเป็นเงินค่าตอบแทน ให้แก่กรรมการบริษัท โดยการเสนอเรื่องเพื่อขอความเห็นจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นประจำทุกปี เว้นแต่สิทธิอันพึงมีพึงได้ตามระเบียบของบริษัทฯ

    5.7 คณะกรรมการชุดย่อยต่าง ๆ

    คณะกรรมการบริษัทจะแต่งตั้งกรรมการชุดย่อยแต่ละชุดจากผู้มีคุณสมบัติที่เหมาะสม โดยคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละชุดจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท โดยมีอำนาจแจ้งให้ฝ่ายบริหารเข้าร่วมประชุม ชี้แจง หรือจัดทำรายงานเสนอ โดยคณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้อนุมัติกฎบัตรของคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละชุด

    ปัจจุบัน คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งคณะกรรมาการชุดย่อยจำนวน 5 ชุด

    1. คณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วยกรรมการบริหาร มีจำนวนไม่เกิน 7 คน และจะต้องเป็นกรรมการบริษัทหรือผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ โดยตำแหน่งต่อไปนี้ให้ถือเป็นกรรมการบริหารของบริษัทฯโดยตำแหน่ง

      (1) กรรมการผู้จัดการ

      (2) รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการและพัฒนาธุรกิจ

      (3) รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการเงินและธุรการ

      (4) ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการและพัฒนาธุรกิจ

      (5) ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการเงินและธุรการ

      ทั้งนี้ กำหนดให้กรรมการบริษัท มีสิทธิเสนอชื่อผู้เข้าเป็นกรรมการบริหารได้ ตามเห็นสมควรอีกไม่เกินจำนวน 2 คน โดยกรรมการบริหารที่มาจากการแต่งตั้งนี้ มีวาระดำรงตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี

    2. คณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วยกรรมการอิสระอย่างน้อย 3 คน และมีกรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 1 คน ที่มีความรู้และประสบการณ์เพียงพอที่จะทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงินได้ ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบดำรงตำแหน่งวาระละ 3 ปี เมื่อพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งกลับเข้ามาเป็นกรรมการใหม่ได้อีก
    3. คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ประกอบด้วยกรรมการอิสระเป็นส่วนใหญ่ มีกรรมการอย่างน้อย 3 คน ซึ่งคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ดำรงตำแหน่งวาระ ละ 3 ปี เมื่อพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งกลับเข้ามาเป็นกรรมการใหม่ได้อีก
    4. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วยกรรมการบริหารความเสี่ยงจำนวนไม่เกิน 5 คน โดยต้องประกอบด้วยตัวแทนจากฝ่ายงานต่างๆ ดังนี้ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายบัญชีหรือการเงิน ฝ่ายโครงการ อย่างน้อยฝ่ายงานละ 1 คน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีวาระในการดำรงตำแหน่งวาระละ 2 ปี ดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกินคราวละ 2 สมัย
    5. คณะกรรมการธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม ประกอบด้วยกรรมการธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม อย่างน้อย 5 คน มีวาระในการดำรงตำแหน่งวาระละ 3 ปี เมื่อพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการแต่งตั้งกลับเข้ามาเป็นกรรมการใหม่ได้อีก

    5.8 การประชุมคณะกรรมการบริษัท

    บริษัทฯ จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อปฏิบัติงานตามหน้าที่รวมตลอดถึงการรับทราบผลการดำเนินงานเป็นประจำอย่างน้อยทุก 3 เดือน ในการประชุมกรรมการต้องสามารถแสดงความเห็นและใช้ดุลยพินิจได้อย่างเป็นอิสระ จำนวนองค์ประชุมของการลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท จะต้องมีกรรมการ ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ทั้งนี้กรรมการจะเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง นอกจากจะมีเหตุจำเป็นอันเป็นเหตุสุดวิสัย ซึ่งต้องแจ้งต่อเลขานุการคณะกรรมการบริษัทเป็นการล่วงหน้า บริษัทฯ จะรายงานจำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุมของกรรมการแต่ละท่านไว้ในรายงานประจำปี และบริษัทฯได้จัดให้เลขานุการคณะกรรมการบริษัทกำหนดตารางการประชุมคณะกรรมการประจำปีไว้ เพื่อให้คณะกรรมการทุกท่านได้ทราบกำหนดการประชุมคณะกรรมการเป็นการล่วงหน้า เลขานุการคณะกรรมการบริษัทจะจัดส่งหนังสือเชิญประชุมแก่กรรมการทุกท่าน เพื่อยืนยันกำหนดวัน และแจ้งให้ทราบถึง เวลา สถานที่ และวาระการประชุม โดยจัดส่งเป็นการล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน และเลขานุการคณะกรรมการจะเป็นผู้รวบรวมเอกสารประกอบการประชุมจากฝ่ายจัดการเพื่อจัดส่งให้คณะกรรมการล่วงหน้า โดยเอกสารดังกล่าวจะเป็นข้อมูลที่เพียงพอต่อการตัดสินใจและการใช้ดุลยพินิจอย่างเป็นอิสระของคณะกรรมการ และเลขานุการคณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้บันทึกประเด็นในการประชุม เพื่อจัดทำเป็นรายงานการประชุม ที่มีเนื้อหาสาระครบถ้วนและเสร็จสมบูรณ์ภายใน 14 วัน นับจากวันประชุมเสร็จสิ้น เพื่อเสนอให้ประธานกรรมการลงนามและจะต้องจัดให้มีระบบการจัดเก็บที่ดี สะดวกต่อการค้นหา และเป็นความลับ

    5.9 การประชุมกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร

    คณะกรรมการบริษัทมีโอกาสประชุมโดยไม่มีกรรมการที่เป็นผู้บริหารเข้าร่วมประชุมตามความจำเป็น เพื่อให้กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารได้อภิปรายปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับการจัดการที่อยู่ในความสนใจโดยไม่มีฝ่ายจัดการร่วมด้วย เพื่อให้หารือได้อย่างอิสระ โดยมีการประชุมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง สอดคล้องตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

    5.10 การประชุมกรรมการอิสระ

    คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้กรรมการอิสระมีการประชุมกันเอง เพื่อให้มีการอภิปรายเรื่องต่างๆได้อย่างอิสระ โดยจัดให้มีการประชุมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้สอดคล้องตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

    5.11 การรายงานข้อมูล

    1. คณะกรรมการ มีหน้าที่รับผิดชอบต่อรายงานข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลทั่วไปต่อผู้ถือหุ้น และผู้ลงทุนทั่วไปอย่างถูกต้องตามความเป็นจริง ครบถ้วนโปร่งใส มีคำอธิบายอย่างมีเหตุผลพร้อมตัวเลขสนับสนุน ทั้งในด้านนโยบายผลการดำเนินงาน แนวโน้มในอนาคต ตลอดจนผลสำเร็จ และอุปสรรคของกิจการ
    2. คณะกรรมการควรมีความเข้าใจ และสนับสนุนการปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติงานทางวิชาชีพของผู้สอบบัญชี
    3. คณะกรรมการ ควรจัดทำรายงานแสดงถึงความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อการจัดทำและเปิดเผยรายงานทางการเงินของกิจการเสนอไว้ในรายงานประจำปี ควบคู่กับงบการเงิน และรายงานของผู้สอบบัญชี โดยครอบคลุมถึง

      3.1) ข้อกำหนดของกฎหมาย ที่กำหนดให้คณะกรรมการของบริษัทฯ ต้อง จัดให้มีการจัดทำงบการเงิน เพื่อแสดงถึงฐานะการเงิน และผลการ ดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมาที่เป็นจริง และสมเหตุสมผล

      3.2) ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท ในการจัดการให้มีข้อมูลทางบัญชีที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอเพื่อจะดำรงรักษาไว้ซึ่งทรัพย์สินของบริษัทฯ และเพื่อให้ทราบถึงจุดอ่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริต หรือมีการดำเนินการที่ผิดปกติ

      3.3) ให้คำยืนยันว่าบริษัทฯ ได้ถือปฏิบัติ ตามมาตรฐานบัญชีที่รับรองโดยทั่วไปใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติโดยสม่ำเสมอ ตลอดจนได้มีการพิจารณาถึงความสมเหตุสมผลอย่างรอบคอบในการจัดทำงบการเงินของบริษัทฯ

    5.12 แผนการสืบทอดตำแหน่ง

    คณะกรรมการบริษัทจัดให้มีแผนสืบทอดตำแหน่งของผู้บริหาร เพื่อให้มั่นใจว่า บริษัทมีผู้บริหารที่มีความรู้ ความสามารถ สามารถสืบทอดตำแหน่งที่สำคัญต่อไปในอนาคต

    5.13 การประเมินตนเองของคณะกรรมการ

    คณะกรรมการบริษัทจะจัดให้มีการประเมินตนเองของกรรมการ ปีละ 1 ครั้ง โดยมุ่งเน้นให้การประเมินผลสามารถสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทจะได้นำผลการประเมินมาวิเคราะห์การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ และนำข้อมูลเสนอแนะมาปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานต่อไป และได้กำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการเป็นประจำทุกปี เพื่อนำผลประเมินที่ได้ไปใช้ในการกำหนดค่าตอบแทนของผู้บริหารสูงสุด

    5.14 การปฐมนิเทศกรรมการใหม่

    คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีการปฐมนิเทศกรรมการใหม่ทุกคน ก่อนการทำหน้าที่กรรมการ เพื่อให้กรรมการใหม่รับทราบความคาดหวังที่บริษัทฯ มีต่อบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบของกรรมการ นโยบายและแนวทางปฏิบัติในการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ ตลอดจนสร้างความรู้ ความเข้าใจในธุรกิจและการดำเนินงานด้านต่างๆ ของบริษัทฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ

    5.15 การดำรงตำแหน่งในบริษัทอื่นของกรรมการและผู้บริหารระดับสูง

    คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายและวิธีการปฏิบัติในการดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นของกรรมการและผู้บริหารระดับสูงไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน เพื่อให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูงแต่ละคนสามารถอุทิศเวลาให้กับบริษัทฯได้อย่างเต็มที่

    5.16 การพัฒนากรรมการและผู้บริหารระดับสูง

    บริษัทฯจะสนับสนุนให้คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมสัมมนาหลักสูตรที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะกรรมการบริษัท และผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่างๆ อยู่เสมอ โดยหลักสูตรที่กรรมการบริษัทควรเข้าร่วมสัมมนาอย่างน้อยจะเป็นหลักสูตรของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ซึ่งได้แก่ หลักสูตร Directors Certification Program (DCP) หลักสูตร Directors Accreditation Program (DAP)หลักสูตร Audit Committee Program (ACP) หลักสูตร Executive Development Program (EDP) ทั้งนี้ เพื่อนำความรู้และประสบการณ์มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาบริษัทฯต่อไป

    5.17 การติดต่อสื่อสารกับฝ่ายบริหาร

    คณะกรรมการบริษัทสนับสนุนให้ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการบริษัท โดยเป็นผู้นำเสนอสารสนเทศที่เกี่ยวกับวาระที่ตนรับผิดชอบต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทได้รับทราบข้อมูลความคิดเห็นจากผู้บริหารที่รับผิดชอบงานโดยตรง ขณะเดียวกันผู้บริหารก็มีโอกาสได้เรียนรู้และทำความเข้าใจมุมมองของคณะกรรมการบริษัท

    คณะกรรมการบริษัทส่งเสริมให้มีการพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกรรมการและผู้บริหารระดับสูงในโอกาสอื่นๆ นอกเหนือจากการประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้กรรมการได้มีโอกาสทำความรู้จักคุ้นเคยกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ

6. เลขานุการบริษัท
  • คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีเลขานุการบริษัทขึ้น เพื่อทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการบริษัท และเป็นเลขานุการบริษัท เพื่อให้การบริหารงานของบริษัทฯ ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยมีหน้าที่และความรับผิดชอบหลัก ดังนี้

    1. ให้คำแนะนำและสนับสนุนงานของคณะกรรมการบริษัท เกี่ยวกับข้อกฎหมายและระเบียบปฏิบัติต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
    2. ดูแลให้มีการดำเนินการตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมทั้งติดตามให้นโยบายและข้อแนะนำของคณะกรรมการบริษัท มีผลในทางปฏิบัติ
    3. รับผิดชอบในการจัดทำและจัดเก็บเอกสารสำคัญต่าง ๆ
    4. กำกับดูแลให้บริษัทฯ และคณะกรรมการบริษัท และฝ่ายจัดการปฏิบัติตามข้อกฎหมายและระเบียบปฏิบัติต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
    5. ติดต่อสื่อสารกับผู้ถือหุ้น และดูแลผู้ถือหุ้นอย่างเหมาะสม
    6. ติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง


นโยบายเกียวกับการดูแลกำกับกิจการที่ดี (20 มีนาคม 2560) ดาวน์โหลด